กลับมาอีกครั้ง กับการ review เครื่องสำอาง(ไม่)มากมายบนโต๊ะเครื่องแป้งของอิฉัน

จากครั้งที่แล้วได้รีวิว lip & blush ไปแล้ว (สามารถหาอ่านได้จาก recommended)

คราวนี้เปลี่ยนแนวมารีวิว skincare กันมั่ง ว่าอะไรกันน๊าที่อิฉันใช้โบกหนังหน้าอยู่ทุกวันนี้

ก่อนอื่นขอเรียนให้ทราบสภาพพื้นผิวทั่วไปบนหนังหน้า....

- ผิวผสมค่อนไปทางแห้ง จะมันบริเวณทีโซนหน่อยๆ โดนเฉพาะปลายจมูก!

- เรียบเนียนดี ไม่ค่อยเป็นสิว เว้นช่วงมรสุมชีวิตหรือกระแดะแหกคอกไปใช้อะไรประหลาดๆเข้า

- ผิวขาวเหลืองแบบลูกครึ่ง (ไทย-เจ๊ก เอ๊ย ไทย-จีน) ไม่ได้ขาวกระดาษแบบสาวเกาหลี

-หน้าบวม เกิดจากอาการกินมากเป็นระยะๆ ก๊ากกกกกกกก

คำเตือน : รีวิวนี้เกิดจากประสบการณ์ตรงของเจ้าของ blog ผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาจให้ผลที่แตกต่างกันออกไปกับผู้อื่น ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและลักษณะการใช้ ฯลฯ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

อาละมาดูกันว่าตัวช่วย(ชีวิต)อิฉันมีอะไรกันมั่ง

อันดับ 1 และยังคงครองใจ มา 5 ปีซ้อนนนนนนนนนนนนนนน

Clinique Total Turnaround !!!!

ที่เห็นในภาพนี้ ประกอบไปด้วย (ซ้ายไปขวา)

1. turnaround 15- minute facial 4/5

อันนี้ได้แถมมาจากการกวาดเครื่องสำอาง clinique ทะลุเป้า เนื่องจากถูกโรคกับยี่ห้อนี้มาตั้งแต่รุ่นแม่ ทำให้ไม่เปลี่ยนใจไปจากแบรนด์ลุคคุณหม๊อคุณหมอนี่ซะที เป็นสมาชิก clinique กันเหนียวแน่นแต่ไหนแต่ไร

ไอ้เจ้า 15-minute facial นี่เป็นมาส์กค่ะ โบกทิ้งไว้หลังจากล้างหน้าแต่ก่อนทาครีมบำรุงใดๆ จะเป็นตอนเช้าหรือก่อนนอนก็ได้ตามสะดวก (แต่ส่วนมาเราโบกก่อนนอนนะ) ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วใช้สำลีชุบน้ำเช็ดออก และตามด้วยขั้นตอนบำรุงปกติ ตัวมาส์กจะเป็นสีขาวขุ่นเนื้อหนืดมากกกก มีกลิ้งเตอร์วิ้งๆผสมเพื่อให้สังเกตได้ชัดว่าเช็ดออกหมดหรือเปล่าหรือโบกทั่วหน้าหรือยัง

มาส์กตัวนี้มีคุณสมบัติเรื่องผลัเซลล์ผิวทำให้หน้ากระจ่างใส หลังมาส์กจะเห็นได้ชัดว่าหน้ากระจ่างใสปิ้งๆ ขึ้น เห็นผลทันตายังกับเสกได้ เยี่ยมไปเลย!

2. Clinique total turnaround visible skin renewer 5/5

ตัวนี้แหละที่อิฉันเหนียวแน่นเป็นแฟนพันธุ์แท้มาโดยตลอด ถึงแม้จะใช้โบกหนังหน้ากันมากว่า 5 ปีแล้วก็ยังคงความดีดั่งทะเลรักษาความเค็มยังไงยังงั้น  ตัวที่ใช้นี้เป็นแบบ cream สำหรับผิวหน้าแห้ง สาวหน้ามันคนไหนที่สนใจอยากลองมีตัวที่เป็น lotion ด้วยเนื้อจะบางเบากว่าตัวที่เป็น cream แต่ให้ผลได้ดีไม่แพ้กัน

สำหรับ total turnaround เซทนี้จะเป็นตัวผลัดเซลล์ผิวทั้งหมด ดังนั้นเหมาะอย่างยิ่งกับคนที่ขวนขวายให้หน้าขาวใสดังสาวเกาหลี แรกๆที่ใช้หน้าจะค่อยๆขาวใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พอใช้ไปสักระยะนึงก็จะคงความขาวอยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ ตัวนี้คิดว่าต้องใช้คู่กับมอยสเจอร์ไรเซอร์ตัวอื่นด้วย เพราะไม่งั้นผิวกร้านแน่ๆ

ข้อควรระวัง ใช้ตัวนี้แล้วต้องระวังแดดมากๆ หน่อย อย่าเดินหน้าเปล่าเล่าเปลือยออกจากบ้าน เพราะการผลัดเซลล์ผิวจะทำให้ผิวไวต่อแสงกว่าปกติ แต่ตัวนี้สามารถใช้ได้ทุกวัน(เฉพาะก่อนนอนนะจ้ะ) ไม่ได้รุนแรงต่อหนังหน้าแต่อย่างใด

3. Clnique total turnaround concentrate visible skin renewer 4/5

ได้แถมมาจาก BA อีกเช่นกัน โฮะๆ อ่ะ ลองดู ตัวนี้คือตัว advance จากตัวที่แล้ว ใครที่ขาวไประดับนึงยังไม่พอใจ ก็กระโดดมาผลัดเซลล์ผิวให้ขาวต่อกันได้ที่ตัวนี้  ตัว concentrate (ชื่อก็บอกอยู่แล้ว) เนื้อครีมจะเข้มข้นกว่า ให้ประสิทธิภาพมากกว่าตัวเดิม ดูจากสภาพทางกายภาพทั่วไปไม่แตกต่างกัน แต่พอลองใช้แล้วก็รู้สึกว่าขาวขึ้นได้อีก รู้สึกได้ว่ามันให้ผลได้รุนแรงขึ้นจริง เพราะผิวบางส่วนแอบลอกและแห้งบ้างเล็กน้อย (สวยต้องทน!) แต่คิดว่าถ้าใช้กับครีมบำรุงที่ให้ความชุ่มชื่นเพียงพอก็ไม่มีปัญหาอะไร ติดที่ราคาแพงกว่าเดิมด้วยนี่สิ อ๊ากกกก

สรุปว่าเซทนี้ love ทั้งเซทค่ะ ได้ใจไปเลยเต็มๆ !! ขอบคุณ Clinique total turnaroundddd

 

มาต่อกันที่ Clinique all about eyes 4/5

เคยประสบปัญหาหมีแพนด้าเข้าสิงกันมั่งมั๊ย 555 อิฉันเนี่ยแหละ หมีแพนด้าตัวจริงเสียงจริงเลย เป็นปัญหาคาใจตั้งแต่เล็กจนปัจจุบันไม่ว่าจะหาซื้ออายครีมตัวไหนมาใช้ ทั้งถูกทั้งแพงก็ไม่ช่วยอะไรเลย ใต้ตายังคงดำคล้ำ ลึกโบ๋เช่นเคย คิดว่าสาวตาโตส่วนใหญ่จะประสบปัญหานี้เช่นกัน เพราะคนที่ตาโตนั้นจะมีเบ้าตาที่ลึกกว่าคนที่ตาเล็กอยู่แล้วเป็นปกติ ทำให้กลบอะไรยังไงก็ไม่มิด !!

ซ้ำร้าย! ยังหนังใต้ตาเหี่ยวเป็นริ้วๆ + บวมอีก (จะมีใครอาภัพไปมากกว่าฉันนี้ไม่มี) โบกๆ โบ๊ะๆ ไงก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ จนมาเจอนี่! all about eye ของ clinique เจ้าเก่าเค้าละ ถึงแม้จะไม่ได้ช่วยให้ใต้ตาหายดำ-ลึก-โบ๋ สักเท่าไร แต่ในบรรดาอายครีมที่เคยใช้มา ตัวนี้แหละดีที่สุด (ไม่นับ sisley กระปุกละ 4000 ของคุณหนูไข่หวานที่คุณเธอโฆษณาว่าดีหนักหนา อิฉันไม่ขอสู้ละคะ ยอมตาดำๆ มันไปแบบนี้แหละ)  สำหรับคุณสมบัติของตัวนี้จะขอไล่เรียงเป็นข้อๆไป

- ช่วยลดอาการตาบวมหลังตื่นนอน ใครที่มีถุงใต้ตาใหญ่เหมือนถุงใส่กับข้าว ลองตัวนี้ดูลดบวมได้มากทีเดียว

- รอบดวงตาชุ่มชื้นขึ้น เหมาะมากก่อนลงคอนซีลเลอร์ใต้ตา ลงแล้วไม่เป็นขุยๆ หรือเห็นริ้วใต้ตาชัด เพราะผิวบริเวณใต้ตาไม่แห้งจนเกินไป

- ลดอาการแพนด้าได้นิดหน่อย จากที่เคยดำสนิทปิ๊ดปี๋ก็ลดลงมาเหลือแค่เงาตะคุ่มๆ เท่านั้น

ตัวนี้ใช้ได้ทั้งเช้าและก่อนนอน เนื้อเป็นเจลใสๆ บางเบา เย็นๆ แต่ชุ่มชื้นดีจริง เสียดายไม่มีกันแดดผสมด้วย

คำแนะนำ >>> อย่าขยี้ตาบ่อยๆ แรงๆ และใครที่ใส่คอนเทคเลนส์ก็พยายามอย่าดึงใต้ตาลงมามากๆ เวลาใส่เลนส์ เพราะมันทำให้ตาคล้ำและเหี่ยวเร็ว!

Clnique dramatically differenct moisturizing lotion 3/5

เป็น lotion ให้ความชุ่มชื่นกับผิว ธรรมด๊า ธรรมดาที่ขาดไม่ได้เลย ตัวนี้ใช้มานมนานเต่าล้านปีอีกเหมือนกัน อิฉันใช้ทาก่อนลง total turnaround ในตอนกลางคืน และ ทาก่อนลงครีมกันแดดและ makeup base ในตอนเช้า ไม่ทำให้หน้าแห้งเป็นขุย ไม่ทำให้หน้ามัน แต่ก็ไม่ได้ควบคุมความมันอีกเหมือนกัน สำหรับตัวนี้มีทั้งแบบ cream, lotion, และ gel เลือกใช้กันได้ตามสภาพผิว ทั้ง ผิวแห้ง ผิวผสม ผิวมัน ควรมีติดบ้านไว้ ไม่เสียหาย!

 

จากซ้ายไปขวา Clnique Clarifying lotion #2 และ Clinique derma white intense brightening complex concentre

ได้ฟรีมาอีกเหมือนกัน ขยันทำยอดจริงๆ ฉัน กลับกัน 2 ตัวนี้ เป็นโปรดัก clinique ที่อิฉันไม่ปลื้มเลย

1. Clinique Clarifying Lotion 0/5

หรือพูดง่ายๆ ก็โทนเนอร์เราดีๆ นี่เอง โทนเนอร์ตัวนี้ พระเจ้าช่วย กลิ่นแอลกฮอล์แรงมาก ดมแล้วแถบจะเมาดิบได้เอง เอามาเช็ดหลังล้างหน้าก็แสบผิวได้อีก ถึงแม้เราจะเป็นสาวก Clinique อย่างเหนียวแน่นแค่ไหน ก็ไม่แนะนำให้ใครใช้ โทนเนอร์ของ Clinique เลยเพราะ แรงมาก! หน้าอาจจะพัง ปวดแสบปวดร้อนกันได้ นี่มันน้ำกรดหรือว่าโทนเนอร์กันแน่เนี่ย (เว่อร์ไป)

เพิ่มเติม >>> โทนเนอร์ที่ดีและอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิวไม่ควรมีส่วนผสมของแอลกฮอล์นะจ้ะ สังเกตได้จากส่วนผสมข้างขวด หรือ เลือกซื้อที่เขียนชัดเจนว่า ALCHOHOL FREE อ่านดีๆก่อนเลือกซื้อละ

2. Clnique Derma white intense brightening complex concentre 0/5 (ชื่อจะยาวไปไหน?)

ตัวนี้เป็นเหมือนเซรั่มหรืออะไรสักอย่างที่เข้มข้นมากๆ ให้ผลทางด้านผิวขาวกระจ่างใสอีกเช่นกัน แต่ตัวนี้ใช้แล้ว ออกแนวคันยุบยิบและไม่เกิดอะไรขึ้นทั้งมวล(หรือหนังหน้าฉันจะหนาเกินไป???) รู้สึกเหมือนสิวผดจะแอบๆ ขึ้นด้วย แย่จริง ไม่ช่วยอะไรได้เลย

สรุปแล้วแต่ละแบรนด์ก็มีทั้งดีและไม่ดีสลับกันไป อย่าลืมเลือกใช้ให้ถูกกับสภาพผิวหน้าเรา และศึกษารายละเอียดเครื่องสำอางก่อนซื้อจะดีที่สุด (ปรึกษา BA ตามเคาเตอร์ได้แต่อย่าหลงเชื่อมาก จะหมดตัวเอา)

เหนื่อยซะจริง วันนี้พอแค่นี้ก่อน ไว้ตอนต่อไปจะเอาแบรนด์อื่นๆ มารีวิวมั่ง วันนี้ขอจัดเฉพาะส่วนใหญบนโต๊ะไปก่อน  

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อะโหหห wink

งืมๆๆ surprised smile

#1 By ♥~*$weetZz..BloG`!!*~♥ ™ on 2008-03-07 19:02

ว้าวๆๆๆ

#2 By Evil Gal on 2008-03-08 01:25

5 ปี แน่ะ ท่าจะดีจริงๆ

ยังไม่เคยใช้ยี่ห้อ นี้เลยแหะ

ต้องไปลองบ้างซะแร้วconfused smile
สวยอ่ะน่ะ ใช้มาตั้งแต่สมัยคุณแม่ยังสาววววววววว
อยากเห็นหน้า..แม่จัง คงจะสวยเพราะ Clnique

#4 By (203.113.0.205) on 2008-03-09 14:51

โอ้ววว แฟนพันธุ์แท้เลยนะเนี่ย
ท่าทางจะดีจริงๆ ไว้มีโอกาสหามาใช้บ้างดีกว่า
ตั้งแต่สอบเสร็จหน้าโทรมเหลือเกิน ต้องบำรุงซะหน่อย
ขอบคุณค่ะที่เอามารีวิว ซะละเอียดเลยดีจังๆbig smile

#5 By chenlee on 2008-03-09 18:40

เห็นด้วยๆ โทนเนอร์ของคลินิคแรงมากจริงๆนะ กลิ่นแรง ฉุนแอลกอฮอล์มากๆ เช็ดแล้วแสบหน้าทันที ใช้ครั้งเดียวแล้วต้องหยุด เพราะกลัวหน้าพังง่ะ

#6 By MM (117.47.1.97) on 2008-05-18 15:27

ชอบชุด tornaround เหมือนกันเลยคะ
ใช้อยู่ชอบมากกกกdouble wink

#7 By PrettyGirl on 2008-11-11 11:15

เราว่ามันขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนว่าเหมาะกับยี่ห้อ,รุ่นอะไร แต่ยังไงก็ขอขอบคุณสำหรับข้อความดีๆที่มีไว้ให้อ่านนะคะ

#8 By AU (58.8.33.111) on 2008-12-08 23:50

โทนเนอร์ของ Clinique จะมีทั้งแบบที่ผสมแอลกอฮอล์

และไม่ผสมแอลกอฮอล์นะ เราก็ใช้อยู่ ใช้ดีอ่ะ ทำให้ครีมบำรุงซึม

เข้าสู่ผิวได้เร็วขึ้น

สังเกตดู ที่ฝาขวด ถ้าฝาโทนเนอร์สีเงิน พวกนั้นจะเป็นแบบไม่มีแอลกอฮอล์ ราคาจะแพงกว่า 50 บาท

แต่ถ้าพวกโทนเนอร์ ฝาสีเขียว จะเป็นแบบที่ผสมแอลกอฮอล์

แต่ก็เป็นแอลกอฮอล์ที่ใช้สำหรับผิวหน้า ฉะนั้นไม่เป็นอันตรายจ้า

ซึ่ง....จริงๆแล้วแบบที่มีแอลกอฮอล์จะผลัดผิวได้ดีกว่า แต่สำหรับคนที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย ก็ควรใช้แบบไม่มีแอลกอฮอล์ ส่วนที่ทำให้เรารู้สึกเย็นวาบบบที่หน้ามากๆ
ไม่ได้เป็นเพราะแอลกอฮอล์นะจ๊ะ แต่เป็นเพราะมันมีส่วนผสม
ของเมนทอล ที่ทำให้รู้สึกเย็นสบายผิวจ้า

เราเองก็ใช้สูตร 2 ฝาเขียวมาตลอด ไม่เคยเปลี่ยนเลย

#9 By wiwian (203.146.83.163) on 2009-01-23 15:40