คุ้ยโต๊ะเครื่องแป้ง : ถึงคิวบรรดา eye shadow มั่งล่ะ
posted on 20 Mar 2008 22:15 by illdoll in CosmeticsManiaจากรีวิวครั้งล่าสุด ค้างไว้ที่บรรดา skincare ต่างๆ ที่เราใช้ประจำวัน
แรก แพลนไว้ว่าจะรีวิวพวก cleansing ต่างๆ แต่ขี้เกียจ เลยขอหยิบของใกล้ตัว
eye shadow มารีวิวให้ชมกันก่อน เชิญ รับชมได้เลยยย
และนี่คือ โฉมหน้า eye shadow ทั้งหมดที่เรามี
สังเกตว่าจะเป็นสีโทนอมชมพู-ม่วงซะเยอะ เพราะเป็นสีที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ
ส่วนตัวเป็นคนชอบทาตาสีแมทช์กับเสื้อผ้า และไม่ชอบทาตาสีจัดๆ เข้มๆ
กลัวหาว่าออกมาจากโรงลิเก อ๊ะ เริ่มกันเลยดีกว่า วันนี้ยาววววว
1. Clinique high impact eye shadow quad #07 cherry blossom
คะแนน: 4/5
ลักษณะทางกายภาพ: eye shadow แบบฝุ่น ใน palette มี 4 สี ขาว, ชมพู, แดงอิฐ, และน้ำตาล บรรจุในตลับสีเงินแว๊บทรงสีเหลี่ยมจตุรัส มีกระจกส่องด้านใน มาพร้อมแปรง 2 หัว เป็น brush กะ sponge (ในรูปแปรงเลอะเทอะมาก ต้องขอภัยในความอุบาท์)
ILL DOLL's Review: เป็นสีพื้นฐานที่สาวทุกคนควรมีไว้ เพราะสีแทนชมพู-น้ำตาลนี่ ใช้ได้ทุกงานตั้งแต่ แต่งหน้าไปเดินเล่น จนถึง สมัครงาน เหมาะกับทุกเห็นการณ์ (ยกเว้นจะแต่งตาไปโฉบเฉี่ยวการคืน ไม่เหมาะเพราะ ไม่เดือดเลย!)
3 สีแรก (ขาว/ชมพู/แดงอิฐ) สีไม่เข้มมาก จะออกเหลือบๆ หน่อย ส่วนสีที่ 4 (น้ำตาล) ไม่มีวิ๊ง (shimmer) และไม่แว๊บ (เหลือบ) เป็นสีด้านๆ เอาไว้ทาขอบตาเป็น eye liner หรือจะลงที่หางตาเพื่อสร้างมิติให้ตาดูโตขึ้นก็ได้ เนื้อสีติดทนพอประมาณ ไม่เป็นคราบระหว่างวัน ไม่ตกร่องระหว่างชั้นตา
ใครจะใคร่ทาสีเดียว เดี่ยวๆก็ได้ ออกแนวใสๆ หรือจะทาแบบครบทั้งเซทไล่เฉดก็ดูดีมีชาติตระกูล
2. Revlon Colorstay 12 Hour Eye Shadow #10 Berry Bloom
คะแนน: 3/5
ลักษณะทางกายภาพ: eye shadow แบบฝุ่น ใน Palette มีสี 4 ชมพูอ่อน, สีม่วงอมเทา, สีชมพูเข้ม, และสีม่วงเข้ม บรรจุในตลับสีดำทรงสีเหลี่ยมพื้นผ้า มาพร้อมแปรงแบบ sponge (เราทำพังไปนานแล้ว) ไม่มีกระจก เพราะราคาถูกกว่า แบรนด์มะกี้ 555
ILL DOLL's Review: อายแชร์โดว์โทนชมพูม่วง สีจัดจ้านสักหน่อย และให้ความ วิ้งงง ประมาณนึง สีค่อนข้างเข้ม แต่ไม่ได้ถึงระดับจะเอามาทำสโมกกี้อายได้แบบสะใจ นอกจากจะใจกล้าประโคมสีม่วง(4) ลงไปหนักๆ หน่อยก็พอไหว ส่วนตัวชอบสีที่ 3 เป็นชมพูเข้มเจือม่วงหน่อยๆ ทาแล้วไม่เข้มไม่อ่อนเกินไป ให้ลุคหวานแอบเก๋ ทาเดี่ยวอาจดับได้ เพราะไม่ใช่โทนสีธรรมชาติๆ หรือ สีที่ 1 ถ้าลงเยอะไป อาจจะหลุดออกไปนอกอวกาศก็ได้ ต้องแบลนด์กับสีอื่นๆ ในตลับถึงจะงดงาม
เนื้อสีติดทนพอใช้ แต่ไม่ถึงกับตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ทาแล้วไม่เป็นคราบ ไม่ตกร่องระหว่างชั้นตา เสียดายที่วิ้งยังไม่สะใจเท่าไร
3. Kate gradical eyes # BK-2
คะแนน: 5/5
ลักษณะทางกายภาพ: eye shadow แบบฝุ่น ไล่เฉดสีเทา-ดำ 4 สี (ขาววิ๊ง, เทาอ่อน, เทาเข้ม, และดำ) มาพร้อมแปรง 2 หัวเช่นเคย บรรจุในตลับตามภาพ (555) อย่างที่เห็นไม่มีกระจก
ILL DOLL's Review: จะขอกรี๊ดดังๆ ให้กับ eye shadow ยี่ห้อนี้ !!!
"KATE" เป็นแบรนด์ที่เราว่า สมเหตุสมผลมาก ทั้งราคาและคุณภาพ ขอเรียนให้ทราบว่า KATE เป็นแบรนด์ภายใต้ "KANEBO" เครื่องสำอางสัญชาติญี่ปุ่นที่เราคุ้นชื่อกันดี ชื่อเสียงของ KATE กระฉ่อนมาก และเป็นที่เลื่องลือว่าคุณภาพสินค้าดีเกินราคา เป็น A-MUST ITEM ที่ไปโผล่ใน RAY Magazine อยู่บ่อยๆ ส่วนตัวเราก็เป็นขาประจำ KATE อยู่แล้ว เพราะ ชอบคู่สีใน palette ต่างๆ ราคาไม่แพงมาก และ คุณภาพเยี่ยม (ไม่เฉพาะ eye shadow นะ mascara และ eye liner เราก็ขอแนะนำ) จะสังเกตได้ว่าเป็นตลับที่เราใช้ไปซะจนเก็บหมดแล้ว
ตลับนี้ ให้สีเข้มและติดทน สะเทินน้ำสะเทิ้นบก ไม่เป็นคราบ ทาแล้ว วิ๊งๆ แว๊บๆ พอสมควร มันถูกสร้างสรรค์มาเพื่อทำสโมกี้อายโดยเฉพาะ (ดูจากสีก็น่าจะเดาออก) ทาเดี่ยวๆ ก็ไม่น่าเกลียด ทาไล่เฉดยิ่งแจ่ม โอ๊ยย อะไรจะเชียร์กันปานน้านนนน (ของดีขอบอก) อยากจะสโมกกี้มากก็ทาเยอะๆ (เวลาไปเที่ยวกลางคืนก็ปะโคมเข้าไป) หรือถ้าบางคนอยากทาไปทำงาน เดินเล่นกลางวันเสกๆ ก็โปะน้อยหน่อย (เดี๋ยวเค้าจะนึกว่า สาวพั้งค์(พลาด)ที่ไหนมาเอง) น้ำหนักของสีอยู่ที่มือคุณ!
4. Etude House Orgel light eye shadow #04
คะแนน: 4/5
ลักษณะทางกายภาพ: eye shadow แบบฝุ่น 3 สี (ทองวิ้ง, ชมพูวิ้ง, น้ำตาลวิ้ง) บรรจุในตลับทรงสีเหลี่ยมจตุรัส ปั้มนูนลายชดช้อย สีชมพูหวานปิ๊ง เจ้าหญิ๊ง เจ้าหญิงซะ แปรงไม่ให้ แต่มีกระจกนะ พอมะ
ILL DOLL's Review: ซูมกันชัดๆ สำหรับแบรนด์นี้ ที่วิ้งงงงงงงงกระจายสะใจ ใครชอบลุคหวานๆ ใสๆ ขอแนะนำตลับนี้เลย เพราะสีไม่เข้มมาก โทนสีส๊าวสาว เน้นวิ้งงงงงงเด่นอย่างเดียว
สามารถทาสีเดียวเดี่ยวๆได้ ทาไล่เฉดก็ดี หรือเอาไปทาทับอายแชร์โดว์สีอื่นๆ เพื่อเพิ่มความวิ้งก็งาม แต่ขอแนะนำว่า ทาอย่างเบามือ เพราะวิ้งเค้าแรงจริง ทาเยอะมาก ตาจะวิ้งจนตลก หรือไม่ก็ออกวาวๆ ขาวๆ แปลกๆ ดูเหมือนคนหนังตาบวม
เนื้อติดทนพอประมาณ ไม่สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ถ้าอยากให้วิ๊งคงกระพันก็หมั่นเติมบ่อยๆ ไม่เป็นคราบ ไม่ด่างดวง
5.
> 1) Clinique colour surge eye shadow - soft shimmer#208 lot-a-lilac
> 2) Shu uemura eyes hadow #160 P Rose
คะแนน:
> Clinique - 2/5
> Shu Uemura - 2/5
ลักษณะทางกายภาพ:
> Clinique - eye shadow แบบฝุ่นสีม่วงอ่อน (Lilac) บรรจุในตลับสีเงินแว๊บ มี sponge มาให้ มีกระจกอีกต่างหาก
> Shu - eye shadow แบบฝุ่นสีม่วงอมชมพู บรรจุในตลับเล็กๆใสๆ ดูก๊องแก๊ง ไม่สมราคาเอาซะเลย
ILL DOLL's Review: ไม่ปลื้ม 2 ตลับนี้เท่าไรเลย แม้จะเป็นสีที่ชอบ และเลือกเองก็ตาม
อย่าง Clinique (1) นี้สีอ่อนมากกกกกกกกกกกกกก ทาแล้วแทบไม่เห็นอะไรเลย ไม่เกิดอะไรขึ้น แค่เปลือกตาเหลือบๆ วาวๆ ขึ้นมานิดนึง ต้องลงทับซ้ำๆ หนักๆ หน่อยถึงจะเริ่มเห็นสี ทาเดี่ยวๆ ดับสนิท เลยใช้เป็นเบสทาเปลือกตาก่อน แล้วลงสีที่เข้มกว่าตาม แบลนด์ให้เนียนหน่อยก็โอเค
ส่วน Shu (2) นี่เนื้อมันแข็งๆ ป้ายแล้วสีไม่ค่อยติดมายังไงก็ไม่รู้ ต้องใช้วิธี ขูดเเลือดขูดเนื้อ eye shadow ออกมากันทีเดียว กว่าจะเห็นสีชัดก็ต้องลงซ้ำๆ อีกเหมือนกัน แต่ส่วนตัวแล้วชอบสีนี้นะ น่ารัก แก่นๆดี ทาแล้วเหลือบนิดๆ ชมพูแปร๋นแนวบาร์บี้ สีลูกกวาด เสียดายเนื้อไม่ค่อยดีเลย สีนี้ทาเดี่ยวๆก็ได้ แต่อย่าทาเลยรอยพับตามามากล่ะ จะดูลิเก
6.
>1) Shu Uemura press eye shadow #600 P Blue
>2) Etude eye shadow (Shimmer) #5
คะแนน:
> Shu - 3/5
> Etude - 3/5
ลักษณะทางกายภาพ:
> Shu - eye shadow แบบฝุ่น สีฟ้าสด บรรจุในตลับใสๆ เช่นเคย
> Etude - eye shodow เนื้อครีม Shimmer สีฟ้าคราม ไม่ค่อยออกสี บรรจุในตลับใส ทรงกลม
ILL DOLL's Review: อายแชร์โดว์โทนสีฟ้า เป็นสีที่เราใช้ไม่บ่อยเท่าไร เพราะสีสด และก็ไม่ค่อยมีวาระได้ทา แต่ซื้อมาเพราะสีถูกใจ น่ารักสดใสๆ
> Shu (1) - สีฟ้าสดใส ไม่วิ้ง ไม่เหลือบ ไม่แว๊บ ไม่วาว ใดๆ ทั้งสี เนื้อแมทธรรมดา ทาแล้วเด่นมาก เพราะสีสดดดได้ใจ ติดทน ไม่เป็นคราบ แต่ทายากหน่อย เกลี่ยมากๆ สีจะไม่สม่ำเสมอ เป็นด่างๆ ต้องใช้แปรงค่อยๆ โปะๆ แล้วเกลี่ยเบาๆ
> Etude (2) - ตัวนี้เป็นแบบครีม ไม่ออกสีเท่าไร แต่ตัวเนื้อครีมกับshimmerเป็นสีฟ้าครามๆ ใช้ทาเป็นอันดับแรกเพื่อเพิ่มความแวววาว และวิ้งกระจายยยย เวลาต้องการให้เปลือกตาโดดเด่นเล่นแสงไฟ ระยิบระยับ ทาบางๆเป็นไฮไลท์ได้ ทำให้ดวงตาสว่างและช่วยให้อายแชร์โดว์แบบฝุ่นติดทนขึ้น ถ้าทามากแล้วรับรองกากเพชรลั่นแบบสาวน้อยคาเฟ่
ตัวนี้ทาเดี่ยวๆ ไม่ได้เพราะเนื้อครีมจะทำให้ตามันๆ พอเหงื่อออกจะเป็นคราบๆ ทาอายไลเนอร์ทับก็ไม่ติด ยังไงก็ต้องลงอายแชร์โดว์แบบฝุ่นตาม ข้อเสียคือ ทำให้หนังตามัน และ สีเลอะได้ง่าย ถ้าใครเป็นคนหน้ามัน ไม่แนะนำเลย พวกอายแชร์โดว์แบบครีมนี้ต้องเลี่ยง เพราะเป็นสาเหตุให้เปลือกตาบรรลัย เลอะเละเทะ เป็นหมีแพนด้า
***แนะนำว่า วิ้งสีครามอันนี้ควรใช้คู่กับ eye shadow อื่นๆที่โทนสีเข้ากันได้ เช่น น้ำเงิน, ฟ้า, เทา, ดำ, เงิน ไม่เหมาะกับอายแชร์โดว์สี โทนชมพู, ม่วง, น้ำตาล, ทอง, แดง, ส้ม เพราะจะทำให้สีเพี้ยน ถ้าอยากจะใช้กับสีดังกล่าว ควรซื้อสีชมพู หรือขาวมาใช้แทน***
7. Skinfood Eye Glimmer Stick #32 Banana
คะแนน: 2/5
ลักษณะทางกายภาพ: eye shadow เนื้อครีมแบบแท่ง สีทองวิ้งระยับ
ILL DOLL's Review: ดูกันชัดๆ กับเนื้อและสีของ eye shadow แรกที่ซื้อมากะว่าจะเอามาปาดเดี่ยวๆ เลย เพราะสีสวยดี สีเค้าก็ติดและเห็นชัดพอควรนะ แต่! แต่! แต่! เนื้อ eye shadow นี่สิ ทั้งเป็นคราบและเกลี่ยยากมาก จะเป็นด่างๆ ดาวๆ ยังไงบอกไม่พูก เลยใช้เปนเบสแทนคือ ทาถูๆ มันไปทั้งเปลือกตา ให้ดูวิ้งๆ กันไป
อันนี้คือปาดไปเฉยๆ กับแขนนะ เวลาทาตามันจะไม่เรียบอย่างนี้ เพราะตาคนเรามันจะเหี่ยวมากกว่า 5555 เอาเป็นว่าเศร้าใจกะแท่งนี้มาก เพราะใช้ไม่ดีอย่างที่หวังไว้
อะ ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับ eye shadow ที่เรามี ทั้งแบบฝุ่นและแบบครีม ทีนี้มันมีอีกอย่างที่อยากจะนำเสนอกัน เป็นลูกเล่นๆ เล็กๆน้อยๆ ที่ทำให้การแต่งตาสนุกขึ้นเยอะเลย นั่นก็คือ .......
MISSHA THE STYLE MAGIC EYE CHANGER !!!!!
Magic eye changer คือ ?
น้ำยาทำละลายที่ใช้ผสมกับ eye shadow หรือ pigment สีต่างๆ ที่เรามี เพื่อทำให้สีเข้ม ชัดเจนขึ้น และเนื้อจะข้นและติดทนด้วย สามารถเอาแปรง eye liner มาปาดแล้ววาดได้เหมือน eye liner เลย
วิธีใช้ (ตามภาพเลยนะ)
1. ขูดเนื้อ eye shadow สีที่อยากจะใช้ทาเปน liner ออกมาพอประมาณ จากนั้นนั้นหยด magic eye changer ผสมลงไปประมาณ 1-2 หยด (ที่ให้ขูดเนื้อ eye shadow ออกมาแทนที่จะหยดตรงๆ ลงไปในช่อง เพราะว่า ถ้าหยดลงไปในช่อง eye shadow เลย จะทำให้ eye shadow เป็นเนื้อแข็งๆ ด้านๆ ในภายหลัง ต้องมานั่งขูดออกกันอีก)
2. ใช้แปรง eye liner ขยี้ๆ ผสม eye shadoow กับ magic eye changer ให้เข้ากัน จนข้นพอดี
3. ปาดได้เลย! ในรูปนี้เราลองเปรียบเทียบให้ดู ซ้ายมือคือเมื่อผสมกับ magic eye changer แล้ว เนื้อจะเข้มข้นกว่าและสีสดกว่า ด้านขวามือ ทาด้วย eye shadow ธรรมดาๆ ที่ไม่ได้ผสม
*** ภาชนะสำหรับผสมจะเป็นอะไรก็ได้ หาเอาตามสะดวก อย่างเราใช้ช่องที่ไว้ใส่แปรงในตลับ eye shadow นั่นแหละ ทาเสร็จแล้วอย่าลืม ล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อยด้วยละ ***
เหนื่อยมากกกกก ขอจบแต่เพียงเท่านี้ หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับใครสักคนบนโลกนี้บ้าง ^^

ซางจั๊บ ไม่มีเงินไปซื้อมาใช้(แต่เดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้แต่งหน้าเลย เอิ๊กๆ )
ขอบคุณสำหับรีวิวดีๆ นะคะ
#1 By General เบ๊ on 2008-03-22 12:14