ไออุ่นจากชุดกันฝน
posted on 22 Jul 2008 23:57 by illdoll in illdoll-tale
เคยไหม...ที่แอบหัวเราะกับความเป็นห่วงที่ไม่เข้าเรื่องของพ่อแม่ตัวเอง
ชอบซื้ออะไรประหลาดๆ มาให้เราอยู่เสมอๆ
ชอบให้เราทำเรื่องประหลาดๆ ที่คิดว่าน่าอายอยู่เรื่อย
คืนวันอาทิตย์ กลับมาถึงบ้าน พ่อฉันหยิบซองสี่เหลี่ยมจตุรัสเล็กๆ มาวางตรงหน้า
ภายในถุงซิปล็อคบรรจุชุดกันฝนสีสดอยู่ ไม่ได้มาอันเดียว เบิ้ลมา 2 อันด้วยกัน
"อ่ะ พ่อซื้อมาให้ ลองใช้ดูนะ ไม่รู้จะดีหรือเปล่า" พ่อพูดจบแล้วเดินไป
ฉันมองแล้วอดขำไม่ได้ ความจริงพ่อฉันเปรยอยู่เรื่อยๆ ว่าอยากให้ฉันซื้อชุดกันฝนมาใส่สักที
เพราะช่วงนี้ฝนตกเกือบทุกวัน ลำพังร่ม(ที่พ่อก็เป็นคนซื้อให้) คงไม่สามารถปกป้องฉันได้
แถมยังเทอะทะไม่สะดวกอีกด้วย "ชุดกันฝน" จึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่เค้าคิดได้
ถึงแม้จะขำแต่ก็ขอบคุณพ่อและเก็บมันขึ้นห้องไป "จะได้ใช้หรอเนี่ย" ฉันคิด
ฉันมันคนหน้าบางไม่เข้าเรื่อง ชอบฝืนทำตัวกลมกลืนทั้งที่ลำบาก
คิดว่าแต่ดีกว่าเด่น สบาย แต่อายคนอื่น
ยังไงซะ พ่อก็อุตส่าห์ซื้อมาให้(จนได้)แล้ว วันจันทร์ฉันจึงหยิบมันติดกระเป๋าไปทำงานด้วย
เอาวะ จะใส่ไม่ใส่อีกเรื่อง พกไปก่อนแล้วกัน ขำๆ เดี๋ยวพ่อเสียใจ
ยังอดไม่ได้ ที่จะเล่าความน่ารักปนขำขันของพ่อ ให้พี่ที่ทำงานและคุณเบนซ์ฟังตามเคยชิน
ทุกคนยิ้มและขำไปตามเรื่อง แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันคือ พ่อคงจะรักฉันมากทีเดียว
ข้อนี้ฉันรู้ดี และอยากจะตะโกนตอบทุกคนว่า ถูกต้องและแน่นอนที่สุดดดดดดดด!!!!!!
ฉันตัดสินใจเก็บชุดกันฝนไว้ในลิ้นชักที่ทำงาน กะว่าเผื่อวันไหน "ซวย" ลืมเอาร่มมา
จะได้มีทางเลือกอื่นซ่อนตัวอยู่ใต้ลิ้นชัก
เช้าวันอังคารพ่อถามถึงชุดกันฝน อันน่าภาคภูมิใจของเค้า ขณะขับรถไปส่งฉันขึ้นรถไฟใต้ดิน
ฉันบอกว่าเอาไว้ที่ทำงาน พ่อตัดพ้อว่าทำไมไม่พกไว้ ฉันอ้างว่าแหมทุกวันก็เอาร่มไปอยู่แล้ว
ชุดกันฝนน่ะ เก็บไว้ที่ทำงานสิดี เผื่อฉุกเฉินจะได้ใช้ พ่อเงียบไป สงสัยงอน
กว่าจะรู้ตัวว่าลืมเอาร่มมาจากบ้านก็คล้อยบ่ายเข้าไปแล้ว !!!!
เพราะเมื่อคืนฝนตก กางร่มกลับบ้าน เลยเอาออกมาตากไว้ เช้านี้ลืมเก็บใส่กระเป๋าเพราะรีบ
เอาน่า....แดดออกเปรี้ยงแบบนี้ ฝนคงไม่ตกตอนเย็นหรอก คิดปลอบใจตัวเองไปซะงั้น
"เฮ้ย ข้างนอกฝนตกหนักโคตรเลยว่ะ ซวยละ"
พี่ที่ทำงานประกาศก่อนเลิกงานไม่ถึงครึ่งชั่วโมงดี
นรกมาเยือน... วันนี้นัดเบนซ์ไว้ที่สยามด้วยสิ จะไปยังไงละทีนี้
ที่สำคัญ พระเจ้าก็ช่างเล่นตลก วันนี้ฉันใส่เสื้อยืดสีขาวมา!
อธิบายก่อน โดยปกติที่ทำงานฉันสามารถเดินจากรถไฟใต้ดินไปได้แต่ก็กินเวลาประมาณ 15 นาที
ทางออกยามรีบเร่ง และ ขี้เกียจ คือมอเตอร์ไซด์รับจ้าง สนนราคา 10-15 บาท
ซึ่งฉันมักจะใช้บริการในช่วงเช้าอันเร่งรีบ และเย็นวันที่มีนัด (เพราะเลิกงานค่ำแล้วเวลาน้อย)
ถ้าวันไหนกลับบ้านเลยจะเดินไปขึ้นรถใต้ดินพร้อมเพื่อนแบบชิวๆ
ร่ม...ช่วยคุณได้แน่นอน ถ้าหากคุณเดินกางมันไปเรื่อยๆ ในวันฝนตก
แต่ถ้านั่งมอเตอร์ไซด์เมื่อไร ร่มก็ร่มเหอะ มันคงช่วยอะไรคุณไม่ได้
เพราะมันจะใช้การได้ห่วย ถ้าคุณกางร่มต้านแรงลมไปด้วยความเร็วสูงบนมอเตอร์ไซด์
ผลคือร่มจะชี้โด่เด่ไม่เป็นท่า ปลิวว่อนควบคุมทิศทางไม่ได้
สถานการณ์นี้เปียกปอนแน่นอนละ (เคยมาแล้ว)
ฉุกเฉินนะนี่ ฉุกเฉิน! สถานการณ์นี้ไซเรนดังลั่นเลยแหละ
เต้นไปเต้นมาได้สักพักก็นึกถึง "ชุดกันฝนก้นลิ้นชัก"ขึ้นมาได้
ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้ใช้มันเร็วขนาดนี้
แต่คงไม่ดีแน่ถ้าจะไปเดินสยามทั้งเปียกๆ และใส่เสื้อขาวบาง!
ฉันหยิบมาติดกระเป๋าออกมาทั้ง 2 ตัว แบบไม่มีทางเลือก.....
เดินดุ่มๆ ลงลิฟท์ไปถึง lobby ฝนตกหนักมาก มาแบบห่าฝนยังไงยังงั้น
คนติดฝนกันเพียบ ยืนจับกลุ่มรอฝนซา หลายคนรอบคอบมีร่มมา ก็กางร่มฝ่าฝนกันไป
ฉันรีบเดินออกมาจนพ้นจุดคนเยอะ แอบที่มุมมืดของตึกแบบลับๆล่อๆ
หันซ้ายหันขวาแล้วควักของดี(ชุดกันฝน)ออกมา
สะบัดแล้วใส่แบบงงๆ ตอนใส่ก็ยังพารานอยว่าคนอื่นจะแอบขำกูไม๊ว่ะ
และแล้วก็แปรงร่างงงงงงเป็น "เด็กน้อยในชุดกันฝนสีเขียวสดดดดด" เดินไปขึ้นมอไซด์ โฮะๆๆ
ได้อีกยังได้อีก.... เจอพี่ที่ออฟฟิศได้อีก... พี่เค้าเห็นดังนั้น ร้องทักด้วยเสียงดังกังวาน!
ทำเอาฉันเขิน ชะงักไปเลย... ได้แต่เดินตัวแข็ง ยิ้มสู้ แล้วอวดทับไปว่า "พ่อซื้อให้" แก้เก้อกันไป
พี่เค้ายิ้มแล้วบอกว่า "ดีจัง" สถานการณ์นี้ชุดกันฝนตัวโคร่งดูมีประโยชน์ขึ้นมา
จะว่าไปมันก็ไม่เลวแฮะ คนอาจจะมองในทีแรก แต่สักพักคงต้องอิจฉาเราแน่เพราะสบายกว่าเยอะ
บางทีนี่อาจจะเป็นวิธีอันฉานฉลาดของพ่อจริงๆ ก็ได้นะ
บังเอิญว่าพี่เค้าไม่มีร่มเหมือนกัน กำลังเครียดว่าต้องรีบไป แต่สงสัยต้องตากฝน
ฉันนึกได้ว่ามีติดมาอีกตัวจึงแบ่งให้พี่เค้าใส่นั่งมอเตอร์ไซด์ไป พี่เค้าดูเกรงใจก่อนรับไป
ขึ้นมอเตอร์ไซด์และใช้มันเป็นกำบังฝน
ตอนที่ยื่นชุดกันฝนให้พี่เค้านั้นรู้สึกได้ถึงไออุ่นของชุดกันฝนขึ้นมาเลย
ตอนเดินขึ้นมอเตอร์ไซด์ ถึงแม้พี่วิน(มอเตอร์ไซด์)จะมองฉันด้วยสายตาแปลกๆ
แต่ฉันก็ยิ้มภูมิใจ ไม่อายอีกแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อ ป่านนี้ฉันคงต้องตากฝน
เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำ สภาพดูไม่จืดไม่ต้องพูดถึง
นี่เป็นเพราะความรักและความห่วงใยของพ่อแท้ๆ ฉันจึงไม่ต้องลำบากกว่าที่ควรจะเป็น
แถมยังได้แบ่งชุดกันฝนอันอบอุ่นนี้ให้พี่เค้าด้วย ช่วยให้คนไม่ต้องเปียกเพิ่มอีกคน
ฝนกระหน่ำลงมาบนตัวฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า....
คนเดินกางร่ม เปียกเฉอะแฉะ อีกตั้งไกลกว่าจะถึงรถไฟฟ้า....
ฉันสบายนั่งมอเตอร์ไซด์แซงหน้าไป ไม่เปียกเลยสักนิด
ความรักของพ่ออยู่รอบตัวเราเสมอ...
อยู่ในชุดกันฝนสีเขียวสะเดิดนี้ด้วย...
รักพ่อค่ะ

#1 By YOSHINAKIs on 2008-07-23 01:10